Author Archives: Admin

Management’s Lifestyle

siriwat-casualภาพรวมของธุรกิจ

บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) MFEC  จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2540 โดยการร่วมทุนกันระหว่างบริษัท โมเดอร์นฟอร์ม อินทิเกรชั่น เซอร์วิสเซส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมของบริษัท โมเดอร์นฟอร์ม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) MODERN กับกลุ่มผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในสาขาคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อประกอบธุรกิจการบริการให้คำปรึกษา พัฒนา และวางระบบคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ

บริษัทประกอบธุรกิจให้คำปรึกษา และพัฒนางานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจร ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ 1) ธุรกิจการให้คำปรึกษาและพัฒนางานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Professional Services) 2) ธุรกิจการพัฒนาและวางระบบ (System Integration) และ 3) ธุรกิจบริการด้านการบำรุงรักษา (Maintenance Services) โดยบริษัทมุ่งเน้นให้บริการกับกลุ่มวิสาหกิจขนาดใหญ่ที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมที่มีความต้องการบริการด้านระบบงานคอมพิวเตอร์ และงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศสูง เช่น กลุ่มสื่อสารโทรคมนาคมภาครัฐ การศึกษา และสถาบันการเงิน

ก่อนเริ่มต้นเป็นผู้บริหาร

ตอนที่เรียนปริญญาตรี เลือกเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เหตุผลที่เลือกเรียนที่นี่ก็เพราะคิดว่า เราจะเลือกเรียนสาขาไหนดี ที่จะสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวได้โดยไม่ต้องใช้ทุน ก็คิดว่าวิศวะคอมพิวเตอร์นี่แหละง่ายสุด พอเรียนจบก็มาทำงานที่แรกก็คือที่เอสโซ่ ทำอยู่สักพักก็เริ่มค้นหาตัวเองพบแล้วว่าเราสนใจในอาชีพเซลล์ อยากเรียนรู้ว่าเค้ามีวิธีการทำงานอย่างไร ก็เลยออกจากงานที่เอสโซ่ แล้วก็หันตัวเองมาทำงานทางด้านเซลล์แบบเต็มตัว สั่งสมประสบการณ์ในสายงานวิชาชีพนี้มาถึง 2-3 บริษัท พอเกิดความมั่นใจแล้วก็มาเปิดบริษัทเอง ซึ่งก็คือ MFEC

หลักการบริหารงาน

ผมคิดที่จะเรียนต่อปริญญาโท ทางด้าน MBA  เนื่องจากว่ามันสามารถจะช่วยเราในเรื่องของธุรกิจและการบริหารงานได้ แต่จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่ได้เรียนเลย ก็เลยจะใช้วิธีการอ่านหนังสือเอา เราอยากรู้เรื่องอะไรเราก็อ่านเอา ผมยกตัวอย่างให้ฟัง ตอนนั้นผมอยากที่จะสร้างองค์กรที่มันดีที่สุด  เราก็เลยมาดูว่าเราต้องทำอะไรบ้าง เราอยากได้องค์กรที่มีการทำงานแบบมืออาชีพ  และพนักงานทุกคนมีความแอคทีฟในการทำงาน แต่พอสักพัก เราก็จะเห็นว่าสิ่งที่มันอยู่ในหนังสือ มันเป็นแนวความคิดในแบบตะวันตกทั้งนั้น  และบางอย่างมันก็ไม่เหมาะกับคน พอผ่านมาสัก 5-6 ปี ผมก็เริ่มรู้ว่าบางอย่างที่เราทำมันเป็นความคิดที่ผิด ยกตัวอย่างคือ เมื่อก่อนนี้ผมเน้นการทำงานแบบจริงจังเพียงอย่างเดียว เน้นที่ความเร็ว ต้องไว แล้วเราก็ได้เรียนรู้ว่าอะไรที่เน้นด้านเดียวมันมักจะไม่สมดุลกัน เพราะฉะนั้นมันก็จะมองไม่เห็นถึงความสมดุลขององค์กร ผลประกอบการเราก็ดีขึ้นมาก โตขึ้นถึง  60-70 %  ต่อปีเลยที แต่จะเห็นว่าพนักงานของเราทุกคน รายได้ดีขึ้น บางคนเมื่อก่อนอยู่บ้านเช่าหรือว่าคอนโด ก็สามารถมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ว่าไม่มีความสุข บางคนร่างกายเริ่มเจ็บป่วย  ไม่มีเวลาพักผ่อน ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้นานๆ ไปมันก็จะไม่ดี ผมก็เลยมานั่งคิดว่าชีวิตคนที่อยู่ในความดูแลของเรา มันไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น ในช่วงหลังเราก็เลยมาเน้นในเรื่องของความสมดุล พนักงานแต่ละคนเราต้องดูแลเค้า ว่าเค้าควรที่จะมีความสมดุลอะไรบ้าง อย่างเช่นเรื่องการเงิน..เค้าควรจะพร้อม เรื่องสุขภาพ..เค้าก็ต้องดี  เค้าควรจะมีเวลาส่วนตัว มีเวลาไปอยู่กับแฟน ไม่ใช่ทำงาน 5 ปียังไม่มีแฟน  หรือทำงาน 5 ปีแฟนทิ้งเลย หรือว่าควรจะมีเวลาไปอยู่กับพ่อกับแม่มากขึ้น

Siriwat Vongjarukorn   

ส่งเสริมกิจกรรม …. สร้างสมดุลในชีวิตให้พนักงาน

รากฐานของธุรกิจมันอยู่ที่คน ทุกองค์กรต้องการคนที่เก่งเข้ามาทำงาน แต่โดยคนไทยเนี่ย คนเก่งอย่างเดียวมันไม่พอ ต้องยอมรับฟังในความเห็นของคนอื่นด้วย และสามารถทำงานเป็นทีมได้ และในโลกของธุรกิจไอที จะมีการดึงตัวกันค่อนข้างมาก อย่างเมื่อก่อนเราก็เจอปัญหานี้บ่อยมากเหมือนกัน ที่ไหนเค้าให้ข้อเสนอที่สูงกว่า ดีกว่า เค้าก็ไป เปรียบเทียบได้ว่า ถ้าเราทำโครงการซัก 1 โครงการ แล้ววันหนึ่งถ้าอีกบริษัทหนึ่งเค้ามีข้อเสนอที่ดีกว่า เค้าก็อาจจะลาออกเลย และผลที่ตามมมาก็คือ โครงการนั้นก็จะมีปัญหา เหมือนเราเล่นฟุตบอล ถ้าคุณจะย้ายทีมคุณควรที่จะรอให้การแข่งครั้งนี้จบไปก่อน แล้วคุณค่อยย้าย แต่คนไทยไม่ใช่ ขณะแข่งๆ กันอยู่เนี้ย วิ่งมาบอกโค้ช ผมขอย้ายทีม ซึ่งตรงนี้หมายถึงคนเก่ง แล้วมองไปข้างหน้าอย่างเดียว มันก็จะเทียบกับสิ่งที่ดีกว่าของคนอื่นโดยที่จะไม่มองข้างหลัง ว่ายังมีคนที่สู้เราไม่ได้อีกเยอะ เพราะฉะนั้น ถ้าเค้ามองไปข้างหน้าแล้วก็มองมาข้างหลังด้วยพร้อมกันเค้าจะมีความสุข วิธีเดียวที่จะแก้ตรงนี้ได้ก็คือ การที่จะต้องทำอะไรเพื่อสังคมบ้าง อย่างของเราก็จะมีการไปออกค่ายร่วมกับเด็กวิศวะจุฬาฯ ตอนจบค่ายเด็กๆ เค้าก็จะบอกว่าในอนาคตเค้าใฝ่ฝันอยากจะเป็นอะไรกันบ้าง อยากจะได้อะไร เพราะเค้าเป็นเด็กที่ค่อนข้างยากจน แล้วสิ่งที่เค้าขอมา ก็เป็นสิ่งที่พนักงานของเรามีกันหมดแล้ว มันก็เลยทำให้เค้าคิดได้ว่า เค้ามีโอกาสที่ดีมากว่าคนอีกมากมาย แล้วการที่เค้าไปช่วยให้เด็กเหล่านั้นมีกำลังใจ มีโอกาสที่จะได้เรียนสูงขึ้น มันก็ทำให้เค้ารู้สึกอิ่มเอม ก็ทำให้เค้ามีความเป็นทีม เพราะการที่จะทำงานให้มีความสุขมันไม่ได้อยู่ที่ตัวเงินอย่างเดียว มันต้องมีส่วนประกอบในชีวิตหลายๆ อย่าง ส่วนตอนนี้ปัญหาในเรื่องของการดึงตัวพนักงานนั้น แทบจะไม่มีเลย เพราะเค้าอาจคิดว่าเค้ามีพันธะระหว่างเพื่อน และเราได้ทำในสิ่งที่เรารัก มันก็จะทำให้มีวัตถุประสงค์มากยิ่งขึ้น

ครอบครัวที่น่ารัก

ปรกติชีวิตผมก็จะทำอะไรที่ตรงข้ามกับเวลาทำงาน ในเวลาทำงานเราอาจจะต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเยอะ เพื่อให้ทุกอย่างมันออกมาดีที่สุด แต่สำหรับวันหยุดนี่ผมจะชัทดาวน์ทุกอย่างหมดเลย เพราะวันธรรมดาเราไฮเทคมามากพอแล้ว วันหยุดก็จะโลว์เทคไปเลย เหมือนเวลาเรารันโปรแกรมอะไรสักอย่าง ถ้าเรารันไปเรื่อยๆ ต่อให้คอมพิวเตอร์ดีแค่ไหน มันก็ต้องมีผิดพลาดซักอย่าง วันหยุดของผมก็จะไม่รับโทรศัพท์ แล้วก็จะไม่เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ส่วนใหญ่ผมก็จะมีกิจกรรม แต่ก่อนก็จะมีชอบเล่นหมากล้อม ชอบมากเลย ส่วนกอล์ฟก็ชอบมาก แต่ว่ามันเป็นเวลาที่ใช้เวลาเยอะ ตอนนี้เราก็ไม่สะดวก ส่วนมากก็จะเล่นฟิตเนสมากกว่า แต่ตั้งแต่มีลูกแล้วก็ไม่ค่อยมีเวลา วันหยุดเดี๋ยวนี้ก็จะเล่นกับลูก แล้วยิ่งได้ลูกแฝดด้วย ผู้ชาย 1, ผู้หญิง 1 ผมยิ่งเห่อมากเป็นพิเศษเลย ตอนนี้ก็เด็กเต็มบ้านเลย ลูกทั้งหมดมี 3 คน คนโตเป็นผู้ชาย ส่วนอีก 2 คนก็เป็นฝาแฝดกัน สำหรับกิจกรรมที่ทำร่วมกันกับครอบครัวส่วนใหญ่ก็จะหาเกมส์มาเล่น หรือว่าแค่เอาถุงเท้าใส่ทรายมาชุบสีแล้วก็ฟาดใส่กระดาษ ให้เหมือนกับเป็นศิลปะลายๆ เค้าก็มีความสุขแล้ว หรือเอามาผสมทำให้เป็นดินน้ำมันแค่นี้เค้าก็แฮปปี้แล้ว

หลักในการดำรงชีวิต

ทำให้มันสมดุล แต่ว่าถ้าเกิดเราเจอปัญหาที่มันท้อแท้ และรู้สึกว่าเราแบกรับปัญหาเหล่านั้นไม่ไหว เราก็จะกลับไปหาครอบครัว เพราะสำหรับผมครอบครัวเป็นพลังแบตเตอรี่ของเราที่ดีที่สุด แต่ว่าบางคนเค้าก็จะมีแหล่งชาร์ตแบตไม่เหมือนกัน บางคนเค้าก็จะไปเที่ยวสังสรรค์มากกว่า

ส่วนคำว่าประสบความสำเร็จสำหรับผมนั้น ผมคิดว่า มันก็อยู่ในก้าวแรกๆ เนื่องจากว่าความฝันของผมคือ การที่จะสร้างองค์กรให้มีความแข็งแรงให้ดีที่สุด สามารถไปสู้กับคนอื่นได้ ให้มันเติบโตขึ้นตลอดเวลา ทำให้ทุกคนอยู่ในความสุขให้ได้

ฝากถึงนักลงทุนของ MFEC

MFEC เป็นองค์กรที่พนักงานอายุยังน้อยอยู่ และมีการเรียนรู้ตลอดเวลา และมันก็มีการพัฒนาการเติบโตขึ้นตลอดเวลา แต่ว่าเราต้องการการเติบโตแบบมั่นคง ไม่ต้องการการเติบโตแบบฉาบฉวย อยากให้นักลงทุนเชื่อมั่นในการบริหารงานของผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ว่าเราจะทำ MFEC ให้เป็นองค์กรที่แข็งแรง และมั่นคงได้อย่างแน่นอนครับ

MFEC รับคำท้า Ice Bucket Challenge

ศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) รับคำท้าคุณฮาเรซ คูบจันดานิ กก.ผจก. บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ทำ Ice Bucket Challenge พร้อมขอบริจาคสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลให้กั­บเด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลกว่า 5,000 คน พร้อมส่งคำท้าต่อถึง 3 ผู้บริหารใหญ่

1. คุณสมคิด จิรานันตรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย
2. คุณเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
3. Mr.Kiyotaka Nakamura – Executive Officer บริษัท TIS Inc

(ข้อมูล ณ วันที่ 21 ส.ค. 57)